[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : น้องใบหม่อน @ สถาบัน Idea Cebu เมืองเซบู

DSC04654.png

สถาบัน Idea Cebu หลักสูตร Power Speaking (8 weeks)

สวัสดีค่ะ ชื่อ ปัณฑารีย์นะคะ ชื่อเล่นชื่อ ใบหม่อน อายุ 15 ปี ก็มาเรียนแพคเก็จ Power Speaking ระยะเวลา 2 เดือนค่ะ

ก็ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปออสเตรเลียค่ะ แต่ว่าเพื่อนที่เคยมาที่นี่แนะนำว่า ลองมาที่นี่ดูไหม ราคาถูกกว่านะ แล้วก็มีความคล้ายคลึงประเทศไทย แล้วพอดีตอนเลือกสถาบัน ก็มาเจอที่นี่ มีโปรโมชั่นอยู่ตอนนี้ ก็คือ 990 USD  ต่อเดือน ซึ่งก็เลยลองมาดูค่ะ

ในตอนแรกคิดว่า ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย ก็คือ แค่รู้ว่าอยู่ในอาเซียนแบบประเทศไทย ไม่น่าจะห่างจากประเทศไทยมาก แล้วก็มีเกาะเยอะ แค่นั้นเองค่ะ

ก็พอได้มาแล้วก็คิดว่า เออจริงๆ ประเทศนี้ไม่ได้น่ากลัวนะ แล้วก็มีที่เที่ยวเยอะ คือหาดสวยๆ เขาก็เยอะอะค่ะ แล้วก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ไม่ได้แบบไม่มีอะไรอย่างที่คิด หรืออันตรายโจรเดินพลุกพล่าน จริงๆ ถ้าเรารู้จักเซฟ ก็คือเป็นประเทศที่น่ามา อยากให้ลองมาดู ได้ประสบการณ์เยอะดีค่ะ

ก็คือตอนนี้ส่วนตัวเราเรียนสายศิลป์ – ภาษาอยู่ค่ะ ก็เลยอยาก improve ภาษาอังกฤษของเราค่ะ

อาทิตย์แรกที่มาถึงเลยก็คือ เราจะได้สอบวัดระดับก่อน แล้วระดับแรกที่เราได้ก็คือ High Beginner 1 เลย ก็คือที่นี่เขาจะสอบวัดระดับทุกเดือนค่ะ เราอยู่ 2 เดือน พอสอบอีกครั้งเราก็ได้ Intermediate แล้วค่ะ  ก็รู้สึกว่าเรียนที่นี่แล้วพัฒนาขึ้นเยอะค่ะ เพราะว่าเราได้เรียนส่วนตัวกับครู เพราะรู้ว่าเราควรแก้ตรงไหน คือถ้าเวลาคุยเป็นกลุ่มเขาอาจจะแก้ไม่ได้ค่ะ แต่ที่นี่เราได้เรียนส่วนตัวก็เลยแบบ เราผิดตรงนี้นะ เราต้องแก้ยังไงอะค่ะ ก็โดยรวมก็ประทับใจค่ะ

29432708_1633209370065808_65362813765287936_n

ที่ IDEA CEBU ก็จะตั้งอยู่บนตึก ด้านล่างก็จะเป็นร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ด้านตรงข้ามก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า มีของขายตลอด ก็ออกได้ทุกวัน แต่ส่วนอาหารของโรงอาหารก็จะออกจืดๆ ไปบ้าง สำหรับคนไทยที่จะมาก็แนะนำว่าอาจจะพกมาม่ามา หรือว่าพวกเครื่องปรุง ที่แบบสำหรับคนที่ไม่ค่อยกินจืด ติดเผ็ด ก็อยากให้พกอะไรมาด้วยนิดนึง แต่โดยรวมก็โอเคค่ะ

ในส่วนของเอเจนซี่นะคะ ก็คือหนูมากับ Engclues ค่ะ ก็คือพี่ตุ้มกับพี่นุ่น คือดูแลน้องๆ ดีมาก ก็เวลามีใครมา พี่ๆ ก็จะฝากขนมมาให้ตลอด ก็ขอขอบคุณมากๆ นะคะ

Advertisements

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณดาว โครงการ Work&Study @ สถาบัน SMEAG เมืองเซบู

S__18858107

สถาบัน SMEAG โครงการ Work & Study (12 weeks)

  1. ทำไมถึงสนใจเข้าร่วมโครงการ Work & Study กับสถาบันภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

ใกล้ไทย ไม่ต้องปรับตัว ไม่ต้องเตรียมเอกสารยุ่งยาก, การร่วมงานกับต่างชาติ

 

  1. ก่อนหน้านี้เคยสมัครเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ในฟิลิปปินส์หรือประเทศอื่นๆ มาก่อนหรือไม่ ถ้ามี เป็นโครงการอะไร

ไม่เคย

 

  1. ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างไรบ้าง คิดว่าทำไมเราถึงผ่านการคัดเลือก

สัมภาษณ์กับทางอิงคลูส์ และสัมภาษณ์กับทางสถาบัน, เพราะเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่แล้วและทำงานในบริษัทต่างชาติมาอยู่แล้ว

 

  1. งานที่รับผิดชอบมีอะไรบ้าง ได้เรียนภาษาวันละกี่คาบและได้เรียนหลักสูตรอะไรบ้าง

แปลเอกสารทุกอย่างเป็นภาษาไทย ช่วยเหลือนักเรียนทั้งไทยและต่างชาติ รับเด็กที่สนามบินทุกเชื้อชาติ โพสต์โปรโมทเฟสบุ๊คเพจของสถาบัน ติดต่อเอเจนซี่ และงานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย, เรียนช่วงเช้า 4 คาบ 2 วิชา 2 วีคแรกทดลองเรียน ESL หลังจากนั้นเรียน IELTS

 

  1. คิดว่าจุดเด่นของการเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์และจุดเด่นของสถาบันภาษาที่ตนเข้าร่วมโครงการฯ คืออะไร

จุดเด่นคือมาเพื่อเรียนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆอีก และใกล้ไทย ไม่ต้องปรับตัวมากมาย, สถาบันมีความเข้มงวดสูง มาเรียนได้พัฒนาแน่ๆ แถมมีเพื่อนต่างชาติหลายชาติมาก

 

  1. มีวิธีการปรับตัวหรือแบ่งเวลาอย่างไรในการทำงานพร้อมกับเรียนภาษาไปด้วย

ไม่ต้องปรับหรือแบ่งเวลาเลยเพราะเรียนช่วงเช้าทำงานช่วงบ่าย

 

  1. เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา ทั้งในการทำงาน การเรียนหรือการใช้ชีวิตในต่างแดน มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

ไม่ค่อยประสบกับปัญหาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คือถามให้ความเข้าใจตรงกันทั้งเรื่องการทำงานและการเรียน มีอะไรไม่เข้าใจไม่แน่ใจก็แค่ถาม ทุกอย่างมีระบบระเบียบอยู่แล้ว

 

  1. จากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียน ต้องทำงานร่วมกับคนต่างชาติ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง รบกวนช่วยยกตัวอย่าง

รู้การทำงาน มุมมอง ความคิด และวิธีการทำงานและอื่นๆของคนชาตินั้นๆ เช่น การทำงาน-คนญี่ปุ่นจะใส่ใจเรื่องของการทำงานนอกเวลา ดังนั้นทำงานเกินเวลาจะได้โอทีเป็นค่าตอบแทน, การเรียน-เด็กเกาหลีจะเรียนค่อนข้างหนัก ตารางเรียนจะแน่นมากๆ ส่วนเด็กเวียดนามให้ความสำคัญกับ IELTS มาก

 

  1. ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ เหตุการณ์สำคัญหรือเรื่องราวประทับใจในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯ สัก 2-3 เรื่อง

มีเพื่อนต่างชาติเยอะ และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ตลอด เช่น เคยมีนักเรียนไต้หวันไม่สบายต้องการไปรพ. วันนั้นทุกคนติดปฐมนิเทศเด็กเลยทำให้ไม่มีผจก.นร.ไต้หวันว่าง เราได้ช่วยพาเด็กไปรพ.แทน และอีกเหตุการณ์นึงคือนักเรียนไทยมีปัญหาต้องกลับประเทศด่วนแต่พาสปอร์ตถูกต่อวีซ่าอยู่ ในตอนนั้นเราติดประชุม เพื่อนผจก.ชาวเกาหลีช่วยประสานงานให้คนขับรถมาส่งพาสปอร์ตให้นักเรียนไทยได้กลับทันเวลา

 

  1. รู้สึกว่าทักษะภาษาอังกฤษและทักษะด้านอื่นๆ ของตนเองดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

ทักษะทางภาษา-ได้ใช้ภาษาทุกวันเป็นความเคยชิน คิดคำพูดในการสื่อสารได้ไวมากกว่าเดิม

 

  1. กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำในวันหยุดคืออะไร มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง

วันหยุดไปเดินเล่นตามห้างใหญ่ๆ ทำเล็บ ทำผม ไปนวด ช้อปปิ้ง ทานขนม ทานข้าวตามร้านอาหาร, ไปเที่ยว Oslob ดูปลาฉลามวาฬอย่างใกล้ชิด ไปน้ำตก Kawasan, Tumalog

 

  1. การใช้ชีวิตที่ฟิลิปปินส์เป็นอย่างไร เช่น การเดินทาง อาหารการกินฯลฯ มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละประมาณเท่าไร

ใช้ grab taxi สะดวกมาก หรือหากใช้ taxi ทั่วไปบอกแค่ชื่อถนนก็พอ คนขับจะรู้ทางทันทีไม่ต้องอธิบายเยอะ, อาหารจะทานอาหารญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่และปิ้งย่างเกาหลี (ถ้าออกไปข้างนอก) เพราะอาหารที่นี่เค็มจัดเลยหลีกเลี่ยงอาหารท้องถิ่น, คชจ.ส่วนตัวค่อนข้างสูงหากเทียบกับคนอื่นๆ เพราะออกข้างนอกตลอด ประมาณเดือนละหมื่นกว่าบาทไทย(แต่ยังใช้จ่ายน้อยกว่าอยู่เมืองไทย)

 

  1. คิดว่าตัวเองได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการฯ และอะไรที่มีประโยชน์มากที่สุดกับชีวิตในตอนนี้

ได้รู้จักอีกธุรกิจนึงคือแวดวงการศึกษา ได้เจอเพื่อนที่ดี, ได้ใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง

 

  1. ตอนนี้ถ้าให้คิดถึงฟิลิปปินส์ จะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก เพราะอะไร

ทะเลสวย น้ำใสมาก

 

  1. คิดว่าควรมีโครงการเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะอะไร และอยากฝากอะไรสำหรับคนที่กำลังสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้

เป็นโครงการที่ดีเหมาะกับน้องๆ ที่จบใหม่ๆ และต้องการพัฒนาภาษา ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในต่างแดน การร่วมงานกับชาวต่างชาติ และอาจมีโอกาสทำงานจริงซึ่งสำหรับเด็กจบใหม่เงินเดือนที่นี่(พนง.ประจำ)ถือว่าค่อนข้างดี เป็นประสบการณ์, ทำงานในสถาบันภาษาที่นี่ต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเพราะงานหนัก บางทีไปรับเด็กที่สนามบินอาจทำให้เราไม่ได้นอนเลย ต้องใช้ความอดทนสูง

 

  1. ช่วยบอกความรู้สึกเกี่ยวกับบริการของ Engclues หน่อย

เป็นเอเจนซี่ที่ให้ข้อมูลดีมาก ตอบทุกคำถามที่สงสัย และทำให้เราสามารถไปช่วยเหลือคนอื่นต่อได้ด้วย เช่น แนะนำการเดินทาง การใช้ grab taxi, การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางก็มีการปฐมนิเทศให้ด้วย มีซิมการ์ดให้ด้วยทำให้ไปถึงสามารถเติมเงินแล้วใช้ติดต่อได้เลยสะดวกและไวขึ้นมาก

 

ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งนี้

I had a great time when I lived there. Thank you everyone for helping me and Thais students.

 

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณซันย่า @ สถาบัน SMEAG เมืองเซบู

sunya1.jpg

สถาบัน SMEAG เมืองเซบู หลักสูตร ESL By Cambridge (5 weeks)

  1. ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

เพราะฟิลิปปินส์ค่าครองชีพต่ำ ทำให้สามารถเรียนได้นานกว่าประเทศอื่น คาดหวังว่าจะสามารถกล้าพูดภาษาอังกฤษได้มากขึ้นและถูกแกรมม่าร์

 

  1. เริ่มเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง

ครูใจดีมาก ตอนแรกไม่ค่อยกล้าพูด เค้าก็ชวนคุยตลอด อยากให้เราพูดเยอะๆ พอพูดอะไรผิดออกเสียงผิดก็คอยแก้ให้

 

  1. สถานที่เรียน หอพัก และอาหาร เป็นอย่างไรบ้าง

สถานที่เรียน ขนาดห้องก็แบ่งสักส่วนได้เหมาะสม หอพักสะอาดมีมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์ อาหารก็จะออกแนวเกาหลีหน่อยๆ ไม่ค่อยมีอาหารไทย แต่อร่อยค่ะ

 

  1. เจ้าหน้าที่ของสถาบันและครูผู้สอนเป็นอย่างไรบ้าง ประทับใจหรือไม่

เจ้าหน้าที่และคุณครูน่ารัก ใจดี ไม่เข้าใจหรือสงสัยอะไรก็คอยช่วยตลอด เป็นมิตรน่ารักมากค่ะ ทักทายตลอด ประทับใจมากค่ะ

 

  1. วิธีการสอนและสำเนียงของครูผู้สอนเป็นอย่างไร

ครูมีวิธีการสอนที่ดี เค้าจะหาจุดอ่อนของเราแล้วคอยแก้ อย่างของซันออกเสียงบางตัวไม่ชัด ครูก็จะคอยหาคำมาสอนอ่าน ครูที่นี่สำเนียงดีมาก ฟังง่าย

 

  1. หลักสูตรเป็นอย่างไร ยากง่ายแค่ไหน เข้มงวดไหม

หลักสูตรมีความพอดี มีเครียดบ้าง มีผ่อนคลายบ้าง แต่จะเข้มงวดเรื่องการเข้าเรียน ถ้าไม่เข้าเกินจำนวนที่ตามกฎบอกไว้ก็จะโดน warning

 

  1. ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า วันหยุดไปเที่ยวไหนมาบ้าง

พวกซันก็ออกไปเที่ยวทุกอาทิตย์เลย เพราะเรียน5วันก็เหนื่อยมากๆ ก็ไป olango island, oslob, moalboal, temple of leah, sirao garden, sm city, sm seaside, ayala mall, papakit’s, basilica, Tumalog, blessed virgin mary of simala shrine.

 

  1. ช่วยพูดถึง ความปลอดภัย สภาพอากาศ และ ค่าครองชีพที่นั่นหน่อย

ความปลอดภัยกับอากาศไม่ต่างจากประเทศไทยเลย เหมือนๆ กัน แต่ค่าครองชีพที่นั่นถูกกว่า ของที่มีแบรนด์หลายๆ อย่างก็ถูกกว่า ซื้อของกลับมาเยอะมาก

 

  1. เพื่อนๆ เป็นคนชาติอะไรกันบ้าง

เกาหลี, รัสเซีย, เวียดนาม, โอมาน, ไต้หวัน, จีน, ญี่ปุ่น, ลาว

 

  1. คิดว่าไปเรียนครั้งนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจไหม รู้สึกอย่างไร และได้อะไรจากการไปครั้งนี้บ้าง

พอใจค่ะ พูดภาษาอังกฤษเก่งมากขึ้น สามารถสื่อสารกับคนที่นั่นได้ ไม่ต้องคิดภาษาอังกฤษนาน พูดได้เป็นประโยค

 

  1. ถ้ามีโอกาสจะแนะนำคนอื่นต่อหรือไม่ เพราะอะไร

แนะนำค่ะ เพราะได้ใช้อังกฤษแน่ๆ ตอนแรกอาจจะยาก แต่คนอื่นก็จะชวนเราคุยให้เราสามารถได้ใช้ภาษาอังกฤษได้มากขึ้น

 

  1. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมอื่นๆ และความรู้สึกต่อการบริการของ Engclues

บริการดีมากค่ะ คอยช่วยเหลือไม่ว่าจะติดต่อเรื่องกลับเร็วกว่ากำหนด ทำวีซ่า ทำเรื่องเลื่อนตัวเครื่องบินให้

 

ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการไปเรียนครั้งนี้

My friends are cute and very friendly. They always invite me to travel with them and I can use English language because my friends have different nationality. My teacher helped me everything for example, when I use unstructured sentence structure she will modify to me, teach me to use correct accent, etc.

Staff help me everything about my problems. I think I have many experience in here.

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณเป๋าเป่า โครงการ Work&Study @ สถาบัน Idea Academia เมืองเซบู

481104

สถาบัน Idea Academia โครงการ Work & Study (26 weeks)

  1. ทำไมถึงสนใจเข้าร่วมโครงการ Work & Study กับสถาบันภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

ตอนแรกคืออยากไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมค่ะ พอดีเจอโครงการ Work and Study เลยลองสมัครดูค่ะ ก่อนไปคาดหวังว่าจะได้ภาษาที่คล่องขึ้น รวมถึง Connection ที่กว้างขึ้นค่ะ

 

  1. ก่อนหน้านี้เคยสมัครเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ในฟิลิปปินส์หรือประเทศอื่นๆ มาก่อนหรือไม่ ถ้ามี เป็นโครงการอะไร

โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่ได้เข้าร่วมเลยค่ะ

 

  1. ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างไรบ้าง คิดว่าทำไมเราถึงผ่านการคัดเลือก

ขั้นตอนการคัดเลือกคือ ยื่นเรซูเม่ก่อนค่ะ หลังจากนั้นก็สัมภาษณ์ผ่านสไกป์กับคุณจอง ผู้จัดการเกาหลีที่อคาเดเมียค่ะ

 

  1. งานที่รับผิดชอบมีอะไรบ้าง ได้เรียนภาษาวันละกี่คาบและได้เรียนหลักสูตรอะไรบ้าง

งานที่รับผิดชอบคือ ดูแลและช่วยเหลือนักเรียนทุกเชื้อชาติค่ะ โดยเฉพาะคนไทยก็จะดูแลเป็นพิเศษหน่อย เหมือนเราเป็นคนกลางอ่าค่ะระหว่างนักเรียน เอเจนซี่ รวมถึง โรงเรียน เมื่อนักเรียนมีปัญหาอยากเปลี่ยนคอร์ส เปลี่ยนตารางเรียน หาหมอ เราก็ต้องดูแลทั้งหมดค่ะ เป็นงานที่จุกจิกซักหน่อยแต่ก็สนุกมากๆ ค่ะ ฝึกการบริการ การเข้าหาคน การทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม ไต้หวัน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย และคีร์กีซสถาน ส่วนการเรียนได้เรียน 3 คาบ/วันค่ะ อีก 6 ชม. ก็จะทำงานจ้า

 

 

  1. คิดว่าจุดเด่นของการเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์และจุดเด่นของสถาบันภาษาที่ตนเข้าร่วมโครงการฯ คืออะไร

จุดเด่นของการเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ก่อนเลยละกันน้อ คือ เราจะได้ฝึกพูดตลอดเวลาเลยค่ะ เพราะมีหลายคาบมากต่อวัน ทำให้การพัฒนานั้นเห็นได้ชัดมาก เห็นมาแล้วเพื่อนต่างชาติตอนแรกมาคือเพื่อนพูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ จนตอนนี้เขาสามารถพูดและสื่อสารกับเราเข้าใจค่ะ ถ้าเป็นเพื่อนเป่าอีกคนไปเมกามา 3 เดือน ยังพูดไม่ได้เท่านี้เลย เอาจริงๆ นะ55+ ไม่ได้บอกว่าเมกาไม่ดี แต่ เราต้องทราบถึงจุดประสงค์ เป้าหมายของการไปประเทศนั้นๆ ค่ะ อยากฝึกพูด หรือว่าอยากทำงาน ถ้าฝึกพูดฟิลิปปินส์ก็แนะนำค่ะ ยังคิดอยู่เลยเด็กเกาหลี ญี่ปุ่นเขาเริ่มตื่นตัวมาเรียนและขวนขวายมากขึ้น เด็กไทยทำอะไรกันอยู่ไปไหนหมดน้อ..55+ สำเนียง ย้ำค่ะ ปรับกันได้ทุกสิ่งอย่างอยู่ที่ตัวเราจริงๆ ค่ะ ถ้ามาปรับภาษาก่อนสัก 3 เดือนแล้วไปต่อเมกาหรือประเทศเจ้าของภาษาเลยก็จะยิ่งดีมากขึ้นค่ะ เพราะทางเมกา สแลง เยอะเหลือเกินอาจจะไม่เข้าใจบ้างในบางครั้ง จุดเด่นของ Idea นะคะ ส่วนตัวเป่าคิดว่าความยืดหยุ่นของการเรียนค่ะ เพราะกรณีเราอยากจะเปลี่ยนอาจารย์เราก็สามารถทำเรื่องได้ค่ะ สภาพแวดล้อม และความสะดวกสบายจัดว่าเริสค่ะ สะดวกมากใกล้ห้าง ใกล้ร้านสะดวกซื้อค่ะ

 

  1. มีวิธีการปรับตัวหรือแบ่งเวลาอย่างไรในการทำงานพร้อมกับเรียนภาษาไปด้วย

การปรับตัวเป่าปรับตัวไม่ค่อยเยอะจ้า เป็นคนที่กินง่ายอยู่ง่ายมากเลยปรับตัวได้เร็วค่ะ การทำงานกับการเรียนก็ต้องแบ่งเวลาดีๆ ค่ะ เป่าจะคอยนึกเสมอว่าเรามาที่นี่เรามาทำไม เราอยากได้อะไร เพราะบางทีเราก็จะสนุกกับเพื่อนบางทีเราก็ต้องคอย Balance ตัวเองดีๆ ค่ะ

 

  1. เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา ทั้งในการทำงาน การเรียนหรือการใช้ชีวิตในต่างแดน มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

สู้ค่ะ สู้อย่างเดียว 555+ ก่อนอื่นทำใจร่มๆ พยายามทำให้ตัวเองสบายใจ และคิดในแง่ดีค่ะ ถ้าใจเราสู้ซะอย่าง ทุกอย่างจะตามมาเองค่ะ

 

  1. จากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียน ต้องทำงานร่วมกับคนต่างชาติ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง รบกวนช่วยยกตัวอย่าง

เรียนรู้ใหม่ๆ เยอะมากๆๆๆ ค่ะ คุ้มสุดๆ เพราะเราได้ทำงานกับหลายชาติ แก้ปัญหาให้นักเรียนแต่ละชาติ ตัวอย่างนะคะ เล็กๆ น้อยๆ อย่างการอุทาน เชื่อไหมเป่าเพิ่งทราบว่าการอุทานบ้านเรา หยาบสำหรับคนญี่ปุ่น เช่น ดีค่ะ คุณชื่ออะไรคะ? เราไม่ได้ยินเราเลยบอกว่า ห๊ะ!! What’s your name again? ห๊ะนี้หยาบ!!! OMG 555+  ห๊ะ นี้เหมือนการดูถูกนิสๆ เพื่อนญี่ปุ่นสอนมาค่ะ การอุทานของญี่ปุ่นจะต่างและน่ารักกว่าบ้านเราโดยสิ้นเชิง อยากรู้เป็นไง มาลองทำงานดูนะคะ อยากเล่าน้า มีอีกเยอะเลยค่ะแต่ สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็นน้อ มาลองค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น เชื่อแล้วที่เขาบอกว่าภาษากายและโทนเสียง สำคัญมากกว่าภาษาพูดเสียอีก คอนเฟิร์มงับ

 

 

  1. ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ เหตุการณ์สำคัญหรือเรื่องราวประทับใจในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯ สัก 2-3 เรื่อง

ประสบการณ์ที่ประทับใจเหรอคะ คือ การทำงานที่นี่อ่าค่ะเป่าได้พบเพื่อนดี เพื่อนที่นี่เหมือนเป็นครอบครัวของเป่าไปแล้ว เราทำงานด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน นั่นทำให้เราสนิทและรักกันมากๆ เราใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดหลายๆ อย่าง ประทับใจสุดๆ เลยคือคืนสุดท้ายก่อนจะจากกัน เรากินข้าวและนั่งคุยกันจนตี 2 ร้านจะปิดแล้ว 555+ เราได้เขียนจดหมายหากันและสัญญากันว่าอีก 5 ปี หรือ 10ปี ต่อจากนี้เราจะมาเปิดจดหมายอันนี้อ่านกันและเราก็ใส่ซองอย่างดี ซ่อนไว้สักที่ในหอพักไทม์สแควร์

เรื่องประทับใจที่ 2 เลยคือ ประทับใจที่เรามีรักครั้งแรกที่เซบู แอร๊ยยย คนญี่ปุ่นค่ะ บอกแค่นี้นะ

 

  1. รู้สึกว่าทักษะภาษาอังกฤษและทักษะด้านอื่นๆ ของตนเองดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

ทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นนิดหน่อยค่ะ เพราะก่อนไปเป่าสามารถพูดและสื่อสารได้อยู่แล้ว พอไปปุ๊ปเหมือนได้ใช้ทุกวันก็จะคล่องขึ้น และได้เรียนรู้คำสแลง คำศัพท์ และสำเนียงมากมายจากหลายหลากชาติค่ะ ทักษะที่เพิ่มขึ้นชัดๆ เลยคือการอยู่ การเอาตัวรอดค่ะ เรามาต่างประเทศคนเดียวต้องดูแลตัวเองไม่พอ แต่เรามาในฐานะ Student staff ฉะนั้นหูตาเราจะไวขึ้น เพราะต้องดูแล นักเรียนท่านอื่นด้วยค่ะ นักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงาน และเด็กมหาลัยค่ะ

 

  1. กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำในวันหยุดคืออะไร มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง

วันหยุดหรอคะ เป่าจะวางแผนเที่ยวกับเพื่อนๆ ค่ะ บางครั้งเที่ยวเหนือ เที่ยวใต้ ก็ไปมาหมดแล้ว นอกจากเพื่อนในโรงเรียนแล้วเป่าก็ยังเจอเพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจ ต่างๆ ในเซบูอีกด้วย

 

 

  1. การใช้ชีวิตที่ฟิลิปปินส์เป็นอย่างไร เช่น การเดินทาง อาหารการกินฯลฯ มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละประมาณเท่าไร

การใช้ชีวิตของที่นี่ เป่าว่าอาหารการกินเมืองไทยคือที่สุดละค่ะ คนฟิลิปปินส์ ชอบกินข้าว แป้งมาก กินเยอะจนน่าตกใจ การเดินทางเป่าใช้ Grab รถบัส และจี๊ปนี่ย์ค่ะ ไม่ได้แพงมากมายแต่ขอบอกว่า รถติดไม่แพ้กทม.เลย เวลากลับจากห้างเสาร์-อาทิตย์ช่วงเย็นนี่บอกเลยว่าหารถยากมาก ต้อง plan เวลากลับดีๆ นะคะ

 

  1. คิดว่าตัวเองได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการฯ และอะไรที่มีประโยชน์มากที่สุดกับชีวิตในตอนนี้

ได้ประโยชน์จากการเข้าโครงการนี้คือ การทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ทำให้ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็รู้สึกว่าง่ายไปเลยค่ะ การจัดระเบียบชีวิตตัวเอง เราทำงานนี้จะได้คุยกับคนเยอะค่ะ ตั้งแต่ 5 ขวบ ยัน 70 เลย เราจะได้เรียนรู้ทักษะชีวิตขึ้นเยอะมาก มันมีประโยชน์มากๆ สำหรับการทำงานในตอนนี้ค่ะเพราะเราได้ภาษาอังกฤษ ทำให้เราไปไหนก็ได้บนโลกใบนี้ เปิดโลกกว้างค่ะ อีกอย่างคือเพื่อนต่างชาติเยอะค่ะ เรียกได้ว่าไปเที่ยวทุกประเทศประหยัดค่าที่พักไปได้เลย 55555+

 

 

  1. ตอนนี้ถ้าให้คิดถึงฟิลิปปินส์ จะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก เพราะอะไร

ฟิลิปปินส์เหรอคะ เป่านึกถึงที่เที่ยวคะ 555+ ถ้าคุณมีงบจำกัดอยากเที่ยว แบบยุโรป ภูเขาไฟ ทะเล ฟิลิปปินส์ก็เป็นอีกที่ๆ น่าสนใจ และผู้คนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ

 

  1. คิดว่าควรมีโครงการเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะอะไร และอยากฝากอะไรสำหรับคนที่กำลังสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้

ควรมีโครงการนี้ต่อค่ะ ใครอยากมาชุบตัว เตรียมภาษา พักผ่อน หาประสบการณ์โดยไม่รบกวนค่าใช้จ่ายของคุณพ่อ คุณแม่มากนะคะ แนะนำอย่าคิดมากค่ะ ไปค่ะ ลุยค่ะ ลองโลดค่ะ ไม่ว่ามันจะเป็นประสบการณ์ดีหรือไม่ดี อย่างไรมันก็เป็นประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้ แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าจริงๆ เงินที่ไหนก็ซื้อไม่ได้ค่ะ …เวลาย้อนกลับไม่ได้นะ อายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีค่ะ ฟังเสียงหัวใจตัวเองดีกว่าฟังเสียงคนอื่นนะ ลุยค่ะ!

 

  1. ช่วยบอกความรู้สึกเกี่ยวกับบริการของ Engclues หน่อย

อื้อหือออ ไม่ยอนะเออ พี่ๆ Engclues ทุกท่านแวะมาเยี่ยมที่ฟิลิปินส์หลายครั้งค่ะ เลี้ยงดูอิ่ม แก้มปริแล้ว 555+ ไม่พอแค่นั้น มีปัญหาอะไรพี่เขาจะคอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ คราวก่อนเป่าต้องกลับไทยไปทำธุระ ประมาณ 2 วีคค่ะ พี่เขาก็ยังอุตส่าห์ช่วยหาตั๋วราคาพิเศษให้ไปอีก ได้ราคาถูกมากค่ะ ต้องขอบคุณพี่ๆ อีกรอบที่คอยเป็นเพื่อน เป็นพี่ให้กับน้องคนนี้นะคะ

 

ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งนี้

Salamat po for everything you guys are my family. I’m glad that you come to play a part and full fill of my life. This is not goodbye but see you later.

 

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณป็อป โครงการ Work&Study @ สถาบัน CIP เมืองคล้าก

Thai staff 01.JPG

สถาบัน CIP เมืองคล้าก โครงการ Work & Study (24 weeks)

ทำไมถึงสนใจเข้าร่วมโครงการ Work & Study กับสถาบันภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

สนใจเข้าร่วมโครงการ Work & Study เพราะคิดว่าเป็นโครงการนี้จะช่วยให้เราพัฒนาด้านภาษาและเป็นการฝึกความอดทนในการทำงานและอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ชาติต่างๆ

ก่อนหน้านี้เคยสมัครเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ในฟิลิปปินส์หรือประเทศอื่นมาก่อนหรือไม่ ถ้ามี เป็นโครงการอะไร

ก่อนหน้านี้เคยไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมือง Cebu มา 3 เดือน พากลับมาไทยภาษาอังกฤษพัฒนาเยอะมาก ชอบมากๆค่ะ

ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างไรบ้าง คิดว่าทำไมเราถึงผ่านการคัดเลือก

ขั้นตอนการคัดเลือกเริ่มจาก ส่ง resume ให้กับ Engclues จากนั้นทาง Engclues ก็จะส่ง resume ให้กับทางสถาบันอีกที จากนั้นทางสถาบันก็จะส่งอีเมลมาขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ค่ะ ถ้าเราสัมภาษณ์ผ่าน เขาก็จะส่งเมลมาหาเราอีกที เหตุผลที่คิดว่าทำให้เราผ่านการคัดเลือก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากภาษาอังกฤษ และการตอบคำถามเรื่องของการแก้ไขปัญหา

งานที่รับผิดชอบมีอะไรบ้าง ได้เรียนภาษาวันละกี่คาบและได้เรียนหลักสูตรอะไรบ้าง

โดยตามสัญญา จะได้เรียนคอร์ส Intensive จะมีคาบตัวต่อตัว 2 คาบ เรียนกลุ่ม 2 คาบ แต่พอเราอยู่ไปได้ซัก 3 เดือน ทางสถาบันก็ให้เราเลือกคอร์สเรียนเองได้ ดีมากๆเลย ส่วนหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหลักๆ คือ อัพเดทข้อมูลสถาบันผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น Facebook, Blog หรือ Instagram งานแปลเอกสาร ให้คำแนะนำนักเรียนที่ไปเรียน และรับนักเรียนในช่วงวันเสาร์หรืออาทิตย์

Thai staff 02.JPG

คิดว่าจุดเด่นของการเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์และจุดเด่นของสถาบันภาษาที่ตนเข้าร่วมโครงการฯ คืออะไร

คิดว่าจุดเด่นของการเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ คือ การเรียนแบบตัวต่อตัว ซึ่งจะทำให้อาจารย์แก้ไขจุดบกพร่องของเราได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งวันหนึ่งจะเรียนตัวต่อตัวไม่ต่ำกว่า 3-7 คาบเรียบ อีกข้อนึงคือ ได้เจอเพื่อนๆ จากหลากหลายประเทศที่มีจุดประสงค์เดียวกับเราคือการพัฒนาภาษาอังกฤษ ดังนั้น เพื่อนๆ จะพยายามเข้าหาเราก่อน

มีวิธีการปรับตัวหรือแบ่งเวลาอย่างไรในการทำงานพร้อมกับเรียนภาษาไปด้วย

ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเหนื่อยค่ะ ส่วนใหญ่ป็อปจะให้ความสำคัญกับการเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก จะพยายามไม่ขาดเรียน และมาทบทวนบทเรียนในช่วงวันหยุดค่ะ

16251775_1131750153590654_9048725747102447541_o.jpg

เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา ทั้งในการทำงาน การเรียนหรือการใช้ชีวิตในต่างแดน มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

ตอนไปสถาบันใหม่ๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน เนื่องจากเวลาเราแตกต่างกับนักเรียนปกติ อีกทั้งต้องไปทำงานกับชาติอื่น ตอนแรกก็ยังปรับตัวไม่ได้ เหงาๆ อยู่บ้าง แต่พอเริ่มปรับตัวได้ ป็อปก็พยายามเขาหาเพื่อนก่อนเลย ชวนคุย ชวนไปเที่ยวก่อน ส่วนเรื่องทำงาน ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจต้องรีบถามเพื่อไม่ให้เราเข้าใจอะไรผิดๆ

จากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียน ต้องทำงานร่วมกับคนต่างชาติ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง รบกวนช่วยยกตัวอย่าง

จากการทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ต่างชาติ ทำให้ได้เรียนรู้สไตล์การทำงานที่แตกต่างกันออกไป เช่น staff คนญี่ปุ่น เวลาทำงานจะค่อนข้างจริงจัง และเวลานักเรียนมาขอคำปรึกษา staff คนญี่ปุ่นก็ให้ให้ความสำคัญมาก บางทีให้คำปรึกษาเรื่องเดิมๆ เป็นสัปดาห์ และก็จะสุภาพกับนักเรียนมากๆ ด้วย ต่างจากคนไทย จะไม่ค่อยมีใครมาขอคำปรึกษาเท่าไหร่ ถ้าไม่สนิทกัน และป็อปคิดว่าคนไทยเราขี้เกรงใจด้วย staff คนไทยจึงควรถามนักเรียนบ่อยๆ และจะต้องตีสนิทนักเรียนไทยก่อนด้วยค่ะ

ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ เหตุการณ์สำคัญหรือเรื่องราวประทับใจในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯ สัก 2-3 เรื่อง แล้วได้ข่าวว่ามีช่วงหนึ่งได้เป็น “คุณแม่ป็อป” ด้วย ช่วยเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ฟังหน่อย

มีช่วงหนึ่ง มีเด็กนักเรียนไทย 5 คน มาเรียนที่สถาบันโดยไม่มีผู้ปกครองมาด้วย ป็อปเลยต้องกลายเป็นผู้ปกครองของน้องๆ ต้องคอยดูแลน้องๆ ตั้งแต่ ตื่นนอน ส่งเข้าห้องเรียน กินข้าว เช็คการบ้าน ซักผ้า บ้างครั้งน้องๆก็ทะเลาะกันบ้าง เพือ่นๆในโรงเรียนเขาก็จะแซวๆ ป็อปว่า “Mama Pop” ช่วงนั้นเหนื่อยมากแต่ก็มีความสุข เวลาอาจารย์มาชมว่าน้องตั้งใจเรียน พูดภาษาอังกฤษมากขึ้น ป็อปจะรู้สึกดีใจเหมือนคนเป็นแม่เลย ช่วงตอนที่น้องกลับไทย รู้สึกเหงามากๆ เลยค่ะ แต่หลังจากน้องกลับไทยน้องๆก็มีส่งข้อความ โทรมาบ่อยๆ ค่ะ

รู้สึกว่าทักษะภาษาอังกฤษและทักษะด้านอื่นๆ ของตนเองดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

ทักษะภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะทักษะการพูด และทักษะการฟัง เพราะป็อปต้องใช้ภาษาอังกฤษตลอดทั้งวัน ทำให้ทักษาภาษาอังกฤษพัฒนาเร็วมาก แค่เดือนที่ 2 ก็เริ่มรู้สึกว่าเราสามารถให้คำปรึกษานักเรียนต่างชาติได้ดีมากขึ้น

กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำในวันหยุดคืออะไร มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง

ส่วนใหญ่ ป็อปจะไปเดินห้าง ว่ายน้ำในโรงเรียน ไม่ก็ร่วมกิจกรรมที่ทางสถาบันจัด

tanya1

การใช้ชีวิตที่ฟิลิปปินส์เป็นอย่างไร เช่น การเดินทาง อาหารการกินฯลฯ มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละประมาณเท่าไร

การเดินทางในฟิลิปปินส์ไม่ยากค่ะ จะมีรถเรียนว่า tycicle คล้ายๆกับวินมอไซต์บ้านเรา ค่ารถก้ไม่แพงเลย ป็อปว่าถูกว่าบ้านเราอีก ส่วนอาหารคิดว่าคนไทยทานได้สบายค่ะส่วนใหญ่อาหารเขาจะเน้นพวกเนื้อหมู เนื้อไก่เยอะ นักเรียนที่มาก็ชอบกินอาหารฟิลิปปินส์กันเยอะ

คิดว่าตัวเองได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการฯ และอะไรที่มีประโยชน์มากที่สุดกับชีวิตในตอนนี้

สิ่งที่ได้จากโครงการนี้และเป็นประโยชน์ที่สุดคือ ภาษาอังกฤษ หลังจากป็อปกับมาจากฟิลิปปินส์ ป็อปก็ลองไปสัมภาษณ์งาน เกือบทุกทีต้องสัมภาษณ์เป้นภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งป็อปก็สัมภาษณ์แบบไม่กังวลเลย ส่วนอีกเรื่องที่ได้จากฟิลิปปินส์คือความเป็นผู้ใหญ่ กลับมามีความรู้สึกเราโตขึ้น กินอยู่ง่ายขึ้น

ตอนนี้ถ้าให้คิดถึงฟิลิปปินส์ จะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก เพราะอะไร

คิดถึงเพื่อนๆและอาจารย์ค่ะ เพื่อนบางคนผ่านทั้งเรื่องร้ายและดีมาด้วยกันตอนจากกันร้องไห้หนักมาก แต่ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ

คิดว่าควรมีโครงการเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะอะไร และอยากฝากอะไรสำหรับคนที่กำลังสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้

คิดว่าควรมีโครงการอย่างนี้ต่อๆ ไปค่ะ เพราะเป็นโครงการที่ดีมากๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง แต่ไม่มีทุนมากค่ะ ก่อนป็อปไปมีแต่คนบอกว่า ไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ไม่ดีหรอก เพราะคนเหล่านั้นยังไม่เคยไปเห็นจริงๆ ค่ะ ป็อปไปเจอคนญี่ปุ่นที่สถาบันอายุประมาณ 60 กว่าแล้ว เขาจะกลับมาสถาบันเพื่อเรียนภาษาอังกฤษทุกๆ 3 เดือน เพิ่งมีต่างชาติที่กลับมาเรียนที่ฟิลิปปินส์อีกหลายรอบเยอะมาก สำหรับป็อปฟิลิปปินส์ถือเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดค่ะ

ช่วยบอกความรู้สึกเกี่ยวกับบริการของ Engclues หน่อย

พี่ Engclues ดูแลดีมากๆ ค่อยสอบถามอยู่ตลอด และให้คำปรึกษาแบบจริงใจค่ะ มีบางช่วงพี่จาก Engclues บินไปเยี่ยมนักเรียนที่สถาบันเลยค่ะ

ข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งนี้

Hello! Everyone. I’m so glad to be part of CIP. I met precious friends and teachers who willing to support me. Teachers always encourage me to study hard and give me an advice when I had a problem. I’ m so grateful. I do miss my friends and teacher. I plan to meet some of my friend next year. Let meet again soon!!!

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : น้องมาตา @ สถาบัน EV Academy เมืองเซบู

mata3

สถาบัน EV Academy หลักสูตร IELTS (8 weeks)

สวัสดีค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่าคอร์สที่เราเรียนคือ IELTS ที่ EV Academy เหตุผลที่เลือกฟิลิปปินส์ก็เพราะราคาไม่แพง การเรียนค่อนข้างเข้มงวดทำให้มีสมาธิตั้งใจเรียนได้ (ฮา)  ที่จริงก่อนไปคิดไว้ว่าคงไม่สนุกเท่าไร เพราะยังไงก็ไปเรียน แต่ปรากฏว่าผิดคาด เพื่อนและอาจารย์ที่นั่นทำให้ชีวิตเฮฮามากค่ะ ๕๕๕

ตอนเริ่มเรียนวันแรกคือสนุกสุดๆ แปลกมากที่สนุกไปกับการเรียนได้ อาจเพราะเพื่อนๆจะพยายามปรับตัวเข้าหากัน และอาจารย์ก็เป็นกันเองสุดๆ ที่สำคัญคืออาจารย์พูดสำเนียงอเมริกันกันนะคะ ฟังง่ายมาก ๕๕๕ พวกเขาจะยินดีช่วยตลอดถ้าเรามีปัญหาอะไร วิธีการสอนก็ดีมากเลยค่ะ ประทับใจสุดๆ

EV เป็นโรงเรียนปิดค่ะ จันทร์ถึงพฤหัสจะออกไปไหนไม่ได้ ไม่เหมาะกับคนชอบแฮงค์เอาท์สักเท่าไร แต่ถ้าอยากเซฟเงินหรือโฟกัส ที่นี่เหมาะกับคุณค่ะ ๕๕๕ ตึกเรียนกับหอพักนี่ภายนอกจะเก่าไปหน่อย แต่ภายในใช้ได้ทีเดียว (แต่เดี๋ยวเขาจะย้ายแคมปัสไปที่อื่นแล้ว) ส่วนเรื่องอาหาร เหอะๆ อันนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร ๕๕๕ อาหารที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเกาหลี (ที่เพื่อนเกาหลีก็บอกว่าอาหารเกาหลีจริงๆอร่อยกว่านี้เท่าตัวเลย ๕๕๕) แต่ก็พอกินได้นะ ถ้าไม่เลือกกินมากก็กินได้ค่ะ ๕๕๕

คราวนี้มาถึงเรื่องหลักสูตร IELTS ถ้าพูดจริงๆคือหลักสูตรขั้นสูงของโรงเรียนเลย จะมีการทดสอบก่อนเริ่มเรียน ถ้าผ่านระดับ 4 ถึงจะได้เรียนใน IELTS Group Class แต่ถ้าไม่จะเป็น Pre-IELTS (ระดับเริ่มต้น) ที่จะส่งเราไปเรียน ESL Group Class ก่อน (แต่ Man to man จะสอนหลักสูตร IELTS ตามปกติค่ะ) ซึ่งเรา…ระดับเริ่มต้นค่า ๕๕๕๕ ตอนแรกก็เฟลนิดๆนะ แต่พอมองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกโชคดีมากเลย เพราะเอาจริงๆ คลาสที่สามารถหาเพื่อนได้เยอะนี่คือ ESL เพราะIELTS จะมีนักเรียนกลุ่มน้อยมาก ประมาณสองถึงสี่คน เพราะงั้นเดือนต่อมาพอเราเปลี่ยนไปเรียน IELTS Group Class ก็เลยมีเพื่อนเยอะมากแล้ว ได้เพื่อนที่แตกต่างกันสุดๆ ๕๕๕๕

เพื่อนส่วนใหญ่ของเราเป็นคนเกาหลี รองลงมาเป็นเวียดนามและจีน พอวันหยุดที่ออกไปได้ก็จะออกไปห้างกัน ดูหนังงี้ (อันนี้ควรลองมากถือเป็นประสบการณ์ ๕๕๕) และก็อีกหลายที่ที่น่าสนใจเลย อย่างเช่นภูเขา น้ำตก ต้องลองไปดูนะ สนุกจริงๆ ๕๕๕ ค่าเงินที่นี่พอๆกับไทยค่ะ ส่วนอากาศ ร้อนค่ะ…แต่น้อยกว่าไทย ไทยนี่ครองแชมป์ กลับมาแทบละลาย ๕๕๕๕๕

mata4

เราชอบที่นี่มากเลยนะ การเรียนของเราดีขึ้นมากอ่ะ IELTS จะจัดสอบทุกอาทิตย์ ผลที่ได้ทำให้เห็นว่าตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ๕๕๕ ถ้าใครอยากมีเพื่อนต่างชาติเยอะๆ อยากพัฒนาภาษาอย่างจริงจัง เราแนะนำฟิลิปปินส์เลยนะ EV ด้วย ถ้ามีปุ่มให้คะแนนนี่ ขอกดให้ 9/10 (ฮา)

สุดท้ายนี้ ขอบคุณพี่ที่ Engclues มากเลย ดูแลดีและเป็นกันเองสุดๆ มีหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ แต่พวกพี่ก็ทำให้เข้าใจได้ ชอบมากค่ะ ๕๕๕๕

To my friends and teachers, you are the part of my best memories. Never ever forget you all.

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณจอร์จ @ สถาบัน SMEAG เมืองเซบู

19621058_1597247630308740_6651793914459545265_o

สถาบัน SMEAG หลักสูตร Pre-IELTS + IELTS Guarantee (24 weeks)

 

ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

ผมมีสองเหตุผลหลักๆ ที่ตัดสินใจไปฟิลิปปินส์ สองประการ

ประการแรก คือ การดำเนินเรื่องวีซ่าที่ค่อนข้างไม่ยุ่งยาก และไม่ซับซ้อน  ไม่ต้องมีสเตทเมนธนาคารยืนยัน หรือกรอกเอกสารเยอะแยะเหมือนประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย หรืออเมริกา

ประการที่สอง ชั่วโมงเรียนที่ถือว่าเยอะพอสมควร ต่อ 1 สัปดาห์ ราว 40 ชั่วโมง (ไม่รวม optional classes) นอกจากนี้ยังมีคลาสเรียนตัวต่อตัวกับอาจารย์ผู้สอนถึง 2 วิชา ทำให้ผมคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะที่อื่นส่วนใหญ่จะเป็นคลาส 8 – 14 คน

 

เริ่มเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง

เริ่มเรียนวันแรก ผมก็ยังมึนๆ หน่อย ด้วยความที่ผมยังพูดไม่ค่อยได้คล่อง ต้องแปลอังกฤษเป็นไทย แล้วแปลไทยเป็นอังกฤษก่อนเวลาสื่อสาร ทำให้ค่อนข้างลำบากหน่อยในช่วงวันแรกตลอดไปจนถึงสัปดาห์แรกๆ  และก็ตื่นเต้นด้วยครับ ไม่เคยอยู่ท่ามกลางคนต่างชาติเยอะขนาดนี้ และตอนที่ผมอยู่แรกๆ ผมดันเป็นคนไทยคนเดียวโดดๆ  แต่ค่อยยังชั่วตอนเริ่มมีเพื่อนทุกอย่างก็ชิว ก็ง่ายขึ้น

 

สถานที่เรียน หอพัก และอาหาร เป็นอย่างไรบ้าง

สถานที่เรียนเป็นที่ที่ง่ายแก่การมีเพื่อนใหม่ เพราะอยู่กันเหมือนโรงเรียนประจำ อยู่เหมือนมาเข้าค่ายลูกเสือร่วมกัน ส่วนอาหารด้วยความที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลี  พ่อครัวเลยทำเป็นอาหารเกาหลีซะส่วนมาก  ซึ่งอาจจะไม่ถูกปาก หรือถูกใจคนไทยอย่างเราๆ และห้องเรียนก็แยกเป็นโซนๆ ไป ถึงเรียนใกล้กัน เสียงก็ไม่รบกวนห้องอื่น ถึงแม้นักเรียนจะเยอะ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบแต่อย่างใด

 

เจ้าหน้าที่ของสถาบันและครูผู้สอนเป็นไงบ้าง ประทับใจหรือไม่

เจ้าหน้าที่ค่อนข้างเป็นกันเองและเอาใจใส่นักเรียนทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เช่น ที่พัก  ความสะอาด  ส่วนครูถือว่าเป็นเรื่องตัวชูโรงของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะครูมีความเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพในเรื่องการสอนอย่างมาก  ครูที่นี่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนติวกับเพื่อนมากกว่า ไม่เครียด ไม่เร่ง  ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แล้วไม่กดดันเรามากๆ ทั้งๆ ที่เราอ่อนแบบอ่อนมาก

 

วิธีการสอนและสำเนียงของครูผู้สอนเป็นอย่างไร

ด้วยความที่ผมเรียนคอร์ส IELTS ครูผู้สอนก็ได้สอนตรงเนื้อหา ไม่ค่อยมีน้ำ ผมแทบพูดได้ว่า ผมเจอข้อสอบ IELTS part พูดและเขียน เกือบทุกคำถาม ซึ่งระหว่างที่เรียนผมไม่ค่อยสนใจเรื่องสำเนียงเท่าไรเพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ส่วนที่สำคัญคือเรื่องการออกเสียงให้เข้าใจมากกว่า

 

หลักสูตรเป็นอย่างไร ยากง่ายแค่ไหน เข้มงวดไหม

ผมลงคอร์ส IELTS การันตี ก็ถือว่าเป็นคอร์สที่โหดพอสมควรเพราะว่าห้ามขาด ห้ามลา โดยไม่มีเหตุผล และห้ามโดน warning โดยวันๆ นึงผมต้องเรียนวันละ 8 คาบ ซึ่งเหนื่อยมากๆ เลยนะครับ อีกอย่างเนื้อหานี่ค่อนข้างยากสำหรับผมเลยก็ว่าได้ แต่อยู่มาซักพักก็ปรับตัวได้

 

ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า วันหยุดไปเที่ยวไหนมาบ้าง

เมืองเซบูเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทราย เรื่องทะเล แน่นอนมันก็เหมือน Landmark ให้คนที่มาอยู่ที่นี่ต้องไป  โดยผมก็ไปมาทั้งหมดสามเกาะ  Moal Boal  , Malapascau  และ Camotas ซึ่งเป็นเกาะที่โคตรสวยเลยครับ มีกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง ดูปลานีโมด้วย   ไปเกาะไหน ก็ต้องไปดำน้ำดูปะการัง อีกทั้งผมก็ยังได้ไปว่ายน้ำกับฉลามวาฬ อันนี้ออกแนวน่ากลัวหน่อยๆ แต่ก็ไม่อันตรายใดๆ ส่วนใหญ่ช่วงวันหยุด ผมจะไปผับ ไปบาร์กับเพื่อนมากกว่า เพราะเก็บกดจากเวลาเคอร์ฟิวโรงเรียนช่วงจันทร์ถึงศุกร์

 

ช่วยพูดถึง ความปลอดภัย สภาพอากาศ และ ค่าครองชีพที่นั่นหน่อย

ในมุมผม โครงสร้างตึก บ้าน หรือบรรยากาศต่างๆ นี่เหมือนที่ประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แทบพูดได้ว่าอยู่ประเทศไทย ในโซนชานเมืองหน่อยๆ พร้อมทั้งผู้คนก็ลุคเหมือนคนไทย แต่พูดไทยไม่ได้แค่นั้น ส่วนค่าครองชีพค่อนข้างถูกกว่าไทยนิดนึง อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งค่าเงินเปโซที่ต่ำกว่าค่าเงินของเรา และความปลอดภัยก็จะมีบางโซนที่ควรระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพราะจะมีข่าวโดนกรีดกระเป๋าอยู่เรื่อยๆ แต่ก็เป็นโซนที่ไกลจากตัวโรงเรียนพอสมควร

 

เพื่อนๆ เป็นคนชาติอะไรกันบ้าง

ครึ่งหนึ่งของที่นี่ก็เป็นเกาหลี รองลงมาคือญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม และจีน ทุกคนที่มาเรียนที่นี่ก็มีเป้าหมายกันหมด ไม่ว่าจะเพื่อเรียนต่อ หรือเพื่อที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น ทำให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นและเครียดๆ ไปนิดส์  แต่ทุกคนก็เป็นกันเองกับผมมาก นอกจากนี้ผมก็ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเพื่อนๆ แต่ละประเทศด้วย ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก

 

คิดว่าไปเรียนครั้งนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจไหม รู้สึกอย่างไร และได้อะไรจากการไปครั้งนี้บ้าง

ก่อนไปผมพูดได้นิดหน่อย แบบพอสื่อสารได้ แต่ก็ไม่ได้ดีมาก ถึงขั้นแย่ แต่ผ่านไป 24 สัปดาห์ในคอร์ส IELTS ผมถือว่าผมมีพัฒนาการพอสมควรเลยครับ อย่างแรกผมสามารถฟังพูดอ่านเขียนได้มากกว่าแต่ก่อน อย่างที่สองเวลาที่ผมสนทนาผมไม่จำเป็นต้องแปลไทยเป็นอังกฤษหรือแปลอังกฤษเป็นไทยก่อน ผมสามารถสื่อสารโต้ตอบได้ทันที และอย่างสุดท้ายคือผมได้เพื่อนที่มาเรียนด้วยกันโคตรเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน เวียดนาม และรัสเซีย

 

ถ้ามีโอกาสจะแนะนำคนอื่นต่อหรือไม่ เพราะอะไร

ผมแนะนำให้คนอื่นมาเรียนที่นี่เลยครับ ถึงภาพลักษณ์ประเทศจะดูน่ากลัวนิดส์ๆ  แต่ความคุ้มค่า นี่คุ้มค่าแน่นอน โดยเฉพาะ beginner เพราะจะได้เรียนเท่าที่คนๆ นึงจะเรียนได้ เรียนแบบไม่มีเวลาไปคิดอย่างอื่น อัดแน่นเหลือเกินแต่ละวัน เอาจนได้อ่ะครับ และที่สำคัญไปกว่านั่นคือได้เพื่อนครับ   ถึงไม่ได้ภาษาระดับเทพแต่ได้เพื่อนแน่นอนเพราะอยู่แบบเข้าค่ายลูกเสือกินนอนโรงเรียนประจำ

 

เกี่ยวกับการบริการของ Engclues

คือผมติดต่อพี่ที่นี่ไว้ตั้งแต่สิงหาคม 2559 แล้วผมก็หายไป ผมก็แอบเกร็งๆ นิดๆ ตอนที่มาติดต่ออีกครั้ง ช่วงปลายธันวาคม ก่อนมาเรียนตอนต้น มกราคม แต่พี่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร  แถมพี่เค้าก็ช่วยดูแลทุกอย่าง ไม่ว่าแนะนำที่เรียน  จนถึงนัดแนะให้ผมบินมาดูสถาบันเรียนก่อนที่จะเลือก ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องบางเรื่องที่ผมให้ใครช่วยไม่ได้ในขณะที่ผมเรียน ก็อยากขอบคุณทุกๆ คนมากๆ ครับ

 

ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการไปเรียนครั้งนี้ 

There was my greatest experience in my life , I think only one word can explain everything in here is “ Thank you ” due to I can improve my English skill very well ,as well as I have many good friends from SMEAG.

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณใบเตย @ สถาบัน CIP เมืองคล้าก (ครั้งที่ 2)

สถาบัน CIP หลักสูตร IELTS Guarantee 6.5 (20 Weeks)

ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง
พอดีต้องการใช้คะแนน IELTS เพื่อศึกษาปริญญาตรีที่ออสเตรเลียค่ะ และคิดว่าคงทำคะแนนให้ถึงเองไม่ได้แน่ๆ เลยหาที่เรียนภาษาดูค่ะ ก็มีที่ฟิลิปปินส์ที่ทั้งราคาไม่แพงและน่าเชื่อถือค่ะ เลยตัดสินใจไป และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สองที่ไปค่ะ
ก่อนไปก็คาดหวังว่าจะได้ประสบการณ์และทักษะภาษาอังกฤษที่เพิ่มขึ้นค่ะ และสิ่งที่สำคัญคือคะแนน IELTS เพื่อใช้ศึกษาต่อค่ะ

เริ่มเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง
ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะเพราะส่วนตัวเป็นประสบการณ์ครั้งที่สองแล้ว ก็เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนครั้งแรกค่ะ ช่วงนั้นไม่มีเด็กนักเรียนไทยไปเลย ก็เลยกลายเป็นเด็กไทยคนเดียวตอนนั้น แต่มีเพื่อนหลายๆ ชาติ อีกทั้งอาจารย์ที่เคยเรียนด้วยและจำเราได้เลยไม่รู้สึกเหงาอย่างที่คิด

สถานที่เรียน หอพัก และอาหาร เป็นอย่างไรบ้าง
ถ้าพูดถึงสถานที่เรียน ถือว่าดีค่ะ มีห้องสำหรับ group class และ one on one class ที่สามารถรองรับปริมาณนักเรียนที่มีได้ทั้งหมด มีเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อมสำหรับการศึกษาค่ะ ทุกห้องมีเครื่องปรับอากาศซึ่งอำนวยความสะดวกมากๆ ค่ะ
ส่วนหอพัก ห้องพักถือว่าดีกว่าเมื่อสองปีก่อนมากค่ะ เพราะทางสถาบันมีการปรับปรุงสัญญาณไวไฟตามห้องพักให้มีความเร็วมากขึ้น และหากมีปัญหาก็เข้ามาแก้ไขได้รวดเร็วดีค่ะ ทางสถาบันมี laundry service ด้วยค่ะ สะดวกกับนักเรียนที่ไม่มีเวลาซักผ้าเอง และที่ชอบเป็นส่วนตัวคือห้อง study hall ค่ะ เป็นห้องสำหรับอ่านหนังสือ ที่ชอบเพราะมันเปิดตลอด 24 ชม. และบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับอ่านหนังสือมากค่ะ
ส่วนอาหารของทางสถาบัน ความชอบก็คงแล้วแต่บุคคลนะคะ แต่ส่วนตัวเฉยๆ ค่ะ เพราะประเทศฟิลิปปินส์ชอบกินหวานและพวกของทอด ซึ่งบางเมนูเราก็ชอบบางเมนูก็ไม่ค่ะ แต่ดีตรงที่ทางสถาบันมีเมนูหลากหลายในแต่ละวัน และพยายามทำอาหารชาติต่างๆ สลับกัน ทำให้ไม่เบื่อค่ะ

BTIMG_0257

เจ้าหน้าที่ของสถาบันและครูผู้สอนเป็นอย่างไรบ้าง ประทับใจหรือไม่
สต๊าฟของสถาบันโดยรวมถือว่าโอเคค่ะ พยายามแก้ปัญหาให้เรา และให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนมากกว่าค่ะ เพราะเขาก็เป็นนักเรียนเหมือนกันเลยเจอหน้ากันทุกวันเลยคุ้นเคยกันค่ะ
ส่วนครูผู้สอน ค่อนข้างประทับใจเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะคุณครูฟิลิปปินส์ เพราะได้ความรู้ที่แน่นและใช้ได้จริงในข้อสอบค่ะ หลายๆ คนมองว่าการได้เรียนกับ native teacher ดีกว่าเพราะได้สำเนียง แต่จากประสบการณ์รู้สึกว่า เรียนกับครูฟิลิปปินส์ได้ประโยชน์เยอะกว่ามากค่ะ เพราะส่วนตัวคิดว่า สำเนียงฝึกเองได้แต่ความรู้อื่นๆ ควรได้ผู้รู้แนะนำค่ะ

BTIMG_0258

วิธีการสอนและสำเนียงของครูผู้สอนเป็นอย่างไร
วิธีการสอนของแต่ละคนมีความแตกต่างกันค่ะ แต่โดยรวมถือว่าดีค่ะ บรรยากาศในห้องเรียนเป็นกันเอง ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหรือเครียดจนเกินไป และคุณครูก็เปิดโอกาสให้ถามตลอดถ้าหากมีข้อสงสัยค่ะ
สำเนียงของครูฟิลิปปินส์ ฟังไม่ยากค่ะ ชัดเจนและง่ายมาก โดยเฉพาะ teacher ที่สอน special courses อย่าง IELTS, TOEIC, TOEFL ที่สำเนียงจะดีมาก ส่วน native teacher คงไม่ต้องพูดถึงเพราะดีอยู่แล้วค่ะ

หลักสูตรเป็นอย่างไร ยากง่ายแค่ไหน เข้มงวดไหม
หลักสูตร IELTS guarantee เป็นหลักสูตรที่ค่อนข้างเข้มงวดค่ะ เพราะมี target score เป็นเป้าหมาย การบ้านก็จะเยอะกว่าปกติ และ teachers ก็จะเข้มงวดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่ได้กดดันมากเกินไปค่ะ มี mandatory study ช่วงกลางคืน คือเป็นการบังคับตัวเองให้มานั่งอ่านหนังสือด้วยตัวเองค่ะ เป็นการฝึกวินัยที่ดีมากค่ะ
หลักสูตรนี้ไม่ยากคะ แต่ต้องอดทนและขยัน เพราะบังคับเรียนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน แต่ถ้าหากคะแนนไม่ถึงตามที่กำหนดไว้ก็จะได้เรียนฟรี 2 เดือน ซี่งถือว่าคุ้มมากค่ะ

ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า วันหยุดไปเที่ยวไหนมาบ้าง
ทุกวันหยุด ทางสถาบันจะมีจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้นักเรียนที่สนใจได้ไป ที่ฟิลิปปินส์มีชื่อเสียงด้านชายหาดที่สวยและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสวยพอๆ กับไทยเลยค่ะ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยได้ไปไหนค่ะ เพราะหลักสูตรที่เรียนมีสอบ IELTS simulation test ทุกวันเสาร์ช่วงเช้า ทำให้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเตรียมตัวสอบ ส่วนช่วงบ่ายของวันเสาร์ ทางสถาบันมีรถพาไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน ส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวที่นี่กับเพื่อนๆ ค่ะ

ช่วยพูดถึง ความปลอดภัย สภาพอากาศ และค่าครองชีพที่นั่นหน่อยค่ะ
การรักษาความปลอดภัยของสถาบันค่อนข้างดีมากค่ะ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม. และเดินตรวจโรงเรียนตอนกลางคืนทุกชม. รอบๆ สถาบันก็เจริญขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทำให้เดินไปไหนมาไหนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ส่วนสภาพอากาศ ช่วงที่ไปเป็นหน้าฝนค่ะ ช่วงนั้นฝนตกเกือบทุกวันค่ะ อากาศที่นี้คล้ายๆ ไทย แต่ที่ไทยร้อนกว่าค่ะ
ค่าครองชีพที่นี้ถูกกว่าไทยนะคะ มีแค่ค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่ราคาสูงหน่อยค่ะ แต่อย่างอื่นถูกหมดค่ะ

เพื่อนๆ เป็นคนชาติอะไรกันบ้าง
มีเพื่อนหลายชาติมากค่ะ ส่วนใหญ่เป็น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เวียดนาม จีน และไทย จำนวนนักเรียนในแต่ละชาติจะเยอะต่างกันในแต่ละช่วง ขึ้นอยู่กับช่วงเปิดปิดเทอมของเขาค่ะ

BTIMG_0260

คิดว่าไปเรียนครั้งนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจไหม รู้สึกอย่างไรและได้อะไรจากการไปครั้งนี้บ้าง
การไปเรียนครั้งนี้ช่วยพัฒนาคะแนน IELTS ได้มากเลยค่ะ รู้สึกว่าได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และเพื่อนใหม่ๆ เยอะมากเลยค่ะ ทำให้ได้รู้จักสำเนียงของแต่ละชาติ และวัฒนธรรมที่ไม่ใช่แค่ได้ยินแต่ได้สัมผัสในชีวิตจริงเลยค่ะ ได้ฝึกการตัดสินใจและเอาตัวรอดด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่อาจจะหาไม่ได้ในไทย

ถ้ามีโอกาสจะแนะนำคนอื่นต่อหรือไม่ เพราะอะไร
ถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำเพื่อนคนไทยลองไปเรียนดูค่ะ เพราะถ้าคำนวณจากค่าใช้จ่ายแล้ว การไปเรียนที่นี่คุ้มกว่าที่ไทยเยอะค่ะ

ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมอื่นๆ และความรู้สึกต่อบริการของ Engclues
ชอบการบริการของ Engclues ค่ะ ทำเอกสารและการขอวีซ่าได้รวดเร็วค่ะ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ที่ไทย (ตอนที่สมัครยังอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะ) แถมทาง Engclues ก็มีส่วนลดพิเศษให้ด้วยค่ะ ทำให้รู้สึกประทับใจสำหรับเด็กนักเรียนเก่ามากค่ะ ช่วงที่อยู่ที่ฟิลิปปินส์ก็ส่งข้อความมาสอบถามตลอดค่ะ พอมีปัญหาก็แก้ให้รวดเร็วทันใจดีค่ะ

ให้ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบันจากาการเรียนครั้งนี้ 

Thank you for everything. This may be my last experience for CIP life in Philippines. I won’t forget every happy moments tha I gained there. I’m sure that I will follow my dreams as I told you. CIP life is the best life forever ‘cause we just focus on perfecting our English skills by without worrying about other things so I feel I met many good friends and teachers there. I feel we stayed together like family rather than students & teacher. Thank you for good experiences , thanks for the best buddy teacher forever, thanks for giving me a motivation, thanks for surprising me on my birthday and thanks for sharing good memories together. Even we stay far away from each other but I probably believe that we can meet each other again. See you again!!!

[Student Experiences] Review / รีวิว ประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ : คุณส้ม โครงการ Work&Study @ สถาบัน Idea Academia เมืองเซบู

IMG_0390.jpg

สถาบัน Idea Academia หลักสูตร โครงการ Work&Study (24 weeks)

 

  • ทำไมถึงสนใจเข้าร่วมโครงการ Work & Study กับสถาบันภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

คิดว่าอยากจะใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น แล้วก็ท่องเที่ยวพักผ่อนบ้างค่ะ

  • ก่อนหน้านี้เคยสมัครเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ในฟิลิปปินส์หรือประเทศอื่นๆ มาก่อนหรือไม่ ถ้ามี เป็นโครงการอะไร

ไม่เคยค่ะ

  • ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างไรบ้าง คิดว่าทำไมเราถึงผ่านการคัดเลือก

ทีแรกก็ส่ง Resume กับ Cover Letter ไปว่าสนใจโครงการนี้ แล้วพี่ ๆ ก็จะนัดสัมภาษณ์อีกที ที่ผ่านการคัดเลือกก็น่าจะเพราะว่าพอมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ แล้วก็มีประสบการณ์ในการทำงานกับชาวต่างชาติมาบ้างค่ะ

  • งานที่รับผิดชอบมีอะไรบ้าง ได้เรียนภาษาวันละกี่คาบและได้เรียนหลักสูตรอะไรบ้าง

งานก็จะจิปาถะหน่อย ๆ ส่วนมากจะเป็นคีย์แล้วก็ส่งรีพอร์ตหรือข่าวประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เช็คห้องเรียน ช่วยเหลือนักเรียนเวลามาติดต่อหรือมีปัญหา มีแปลเอกสารบ้าง บางครั้งก็ได้ออกไปทำงานข้างนอกบ้าง ที่ห้ามลืมเลยคืออัพเดท Blog, FB, IG ของโรงเรียน ที่หนักหน่อยก็จะเป็นการไปรับนักเรียนใหม่ที่สนามบินซึ่งส่วนมากก็จะต้องรอ Standby ทั้งวัน แล้วก็เวลามีนักเรียนป่วยหนักต้องไปรพ. บางทีก็ต้องพาไปส่ง ไปอยู่เฝ้า และช่วยเหลือพาออกจากโรงพยาบาล ส่วนเรื่องการเรียน ปกติจะได้เรียนตัวต่อตัววันละ 3 คาบ อังคาร-ศุกร์ เป็นคอร์ส ESL ปกติ ก็จะเลือกวิชาที่ต้องการได้ค่ะ พวกวิชาที่เปิดให้เข้าฟรีก็ไปเข้าเรียนได้ค่ะ

 

IMG_0572.JPG

 

  • คิดว่าจุดเด่นของการเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์และจุดเด่นของสถาบันภาษาที่ตนเข้าร่วมโครงการฯ คืออะไร

ค่าใช้จ่ายไม่แพงรวมทุกอย่างไว้อยู่แล้ว เราแค่เอาตัวไปเรียนอย่างเดียวก็พอ เหมือนอยู่โรงเรียนประจำนิด ๆ ส่วนที่ Idea Academia โรงเรียนอยู่บนตึกกลางเมือง ไปไหนมาไหนสะดวกสบาย พื้นที่และบรรยากาศในโรงเรียนก็สบาย ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียดหรือกดดันมากเกินไปค่ะ

  • มีวิธีการปรับตัวหรือแบ่งเวลาอย่างไรในการทำงานพร้อมกับเรียนภาษาไปด้วย

ส่วนตัวไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลยค่ะ ทางโรงเรียนจะจัดตารางเรียนให้สอดคล้องกับเวลาทำงานเราอยู่แล้ว แต่เพราะว่าเรื่องงานต้องมาก่อนเรื่องเรียน เพราะฉะนั้นบางครั้งก็เลยต้องขาดเรียน

  • เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา ทั้งในการทำงาน การเรียนหรือการใช้ชีวิตในต่างแดน มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

แรก ๆ ที่ไปยังไม่รู้ระบบการทำงานมากนัก ก็ถามเพื่อน ๆ สต๊าฟก่อนค่ะ แต่พออยู่ ๆ ไปก็จะเริ่มรู้มากขึ้น มีปัญหาหรือติดขัดอะไรเราก็จะรู้ ว่าเรื่องไหนต้องทำอะไร หรือต้องไปคุยไปถามกับใครจะเร็วที่สุด

  • จากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียน ต้องทำงานร่วมกับคนต่างชาติ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง รบกวนช่วยยกตัวอย่าง

ภาษาจีนค่ะ ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงสนิทกับชาวไต้หวันทั้งสต๊าฟและนักเรียนเกือบทั้งหมดเลย lol ภาษาเซบูโน่อีกนิดหน่อยด้วยค่ะ เวลาคุยงานกับสต๊าฟชาวฟิลิปปินส์ ลองพูดคำง่าย ๆ เป็นภาษาเค้า เค้าก็จะชอบใจค่ะ lol

  • ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ เหตุการณ์สำคัญหรือเรื่องราวประทับใจในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯ สัก 2-3 เรื่อง

เพื่อน ๆ โดยเฉพาะชาวไต้หวันนี่แหละค่ะ ทุกคนน่ารักกันมาก ๆ สามารถคุยกันได้สนิทใจภายในเวลาไม่กี่วัน ชวนไปเที่ยว ชวนทานอาหาร จนน้ำหนักขึ้นกันเยอะเลย ในช่วงใกล้สอบหรือมีกิจกรรมอย่าง Spelling Bee หรือ Quiz Bee ที่จะเป็นการแข่งขัน เพื่อน ๆ ก็จะช่วยกันเตรียมตัว มีเครียดกันบ้าง แต่ก็สนุกดีค่ะ 🙂

 

 

  • รู้สึกว่าทักษะภาษาอังกฤษและทักษะด้านอื่นๆ ของตนเองดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

รู้สึกว่าสามารถฟังและก็ตอบโต้ได้ไวขึ้น คล่องขึ้นนิดหน่อย กล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนามากขึ้น

  • กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำในวันหยุดคืออะไร มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง

แรก ๆ พอมีวันหยุดก็จะไปเที่ยวตามเพื่อน ๆ เพื่อนไปไหนเราไปด้วย ซึ่งก็จะเป็นที่ดัง ๆ อย่าง Oslob ดูฉลามวาฬ Kawasan น้ำตกชื่อดัง ไปใช้บริการรีสอร์ทหรูที่ Mactan แบบรายวัน จากนั้นเพื่อนชวนไปเรียนดำน้ำ SCUBA แล้วก็หาที่เที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยไป แต่หลัง ๆ ก็เริ่มเบื่อเริ่มเหนื่อยกันก็จะอยู่แค่ในเมือง ดูหนัง ทานอาหาร ช้อปปิ้ง

 

 

  • การใช้ชีวิตที่ฟิลิปปินส์เป็นอย่างไร เช่น การเดินทาง อาหารการกินฯลฯ มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละประมาณเท่าไร

การเดินทางส่วนมากจะใช้ Grab/Uber สะดวกและปลอดภัยดีค่ะ อาหารที่นี่บางเมนูแอบคล้ายอาหารไทย ซึ่งอาหารไทยที่นี่ก็จะแพงหน่อย ส่วนตัวก็เลยจะใช้เงินเยอะ เพราะชอบออกไปทานข้าวข้างนอกมากกว่าทานในโรงเรียน แล้วก็เที่ยวหรือไม่ก็ช้อปปิ้งตลอด เดือนที่ประหยัดก็ใช้แค่ประมาณ 3,000-5,000 Peso แต่ช่วงเทศกาล Christmas, New Year, Sinulog เป็นช่วงที่ค่ารถและโรงแรมหายากและแพงมาก ก็แทบหมดตัวเลยค่ะ lol

 

 

  • คิดว่าตัวเองได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการฯ และอะไรที่มีประโยชน์มากที่สุดกับชีวิตในตอนนี้

ประสบการณ์การทำงานและใช้ชีวิตในต่างประเทศ ได้รู้จักคนใหม่ ๆ วัฒนธรรมหลากหลาย ได้สนุกไปกับสิ่งใหม่ ๆ ได้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำเยอะเลยค่ะ

  • ตอนนี้ถ้าให้คิดถึงฟิลิปปินส์ จะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก เพราะอะไร

ทะเลค่ะ จริง ๆ ไม่ชอบทะเลนะคะ แต่ได้ไปทะเลบ่อยมาก ตั้งแต่ เดินเล่นบนชายหาดเฉย ๆ นั่งเล่นริมหาดคุยกับเพื่อน ไปดินเนอร์ร้านอาหารริมทะเล ลงเรือไปเที่ยวเกาะ หรือ แม้แต่ snorkeling จนกระทั่ง SCUBA ได้ไปทะเลอย่างต่ำเดือนละครั้งเลยค่ะ

  • คิดว่าควรมีโครงการเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะอะไร และอยากฝากอะไรสำหรับคนที่กำลังสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้

อยากให้มีต่อไปค่ะ ทำให้ได้ประสบการณ์ในการทำงานต่างประเทศ แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการกินอยู่ ถ้าต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ หาความท้าทาย ชอบท่องเที่ยว และสนใจพัฒนาความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ แต่เรื่องการเรียนต้องบอกก่อนว่า ขึ้นอยู่กับตัวเองด้วย ว่าสนใจหรือทุ่มเทมากขนาดไหน เพราะไม่มีคนมาบังคับเราเข้าเรียนหรือทำการบ้านส่งค่ะ

  • ช่วยบอกความรู้สึกเกี่ยวกับบริการของ Engclues หน่อย

บริการดีมาก ประทับใจมากจริง ๆ ค่ะ ข้อมูลแน่น รายละเอียดครบ มีการปฐมนิเทศก่อนการเดินทางให้ด้วย มีปัญหาหรือสงสัยอะไรก็สอบถามได้ตลอด พี่ ๆ ทุกคนน่ารักยินดีให้บริการเสมอ รู้สึกอุ่นใจตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงเดินทางกลับมาถึงที่ไทยเลยค่ะ

  • ให้ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งนี้

Hi! I’m glad to know you all! It’s my valuable memory to have a good time with you guys. Almost half year there but the time went by so fast. Hope to see you guys again somewhere, keep on touch!